12 วิธีพิชิต ความรู้สึกว่า "ตัวเองเก่งไม่จริง"
- Peter:LCB

- 13 มี.ค. 2562
- ยาว 1 นาที
บางคนที่ทำงานมาอย่างหนักและประสบความสำเร็จมาโดยตลอด แต่กลับไม่รู้สึกยินดีกับสิ่งนั้น มองว่าตัวเองไม่คู่ควรกับสิ่งที่ได้มา คิดว่าตัวเองไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย
ถ้าเรากังวลอย่างหนักว่าจะทำพลาด ทำออกมาไม่ดีพอตามความต้องการ ทั้งๆ ที่คนอื่นก็บอกว่า ทำดีแล้ว แต่เราก็ยังไม่เชื่อ อาจเป็นเพราะว่า เรารู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง (Imposter Syndrome)
“งานวิจัยหนึ่งค้นพบว่า คนที่รู้สึกไม่เก่งจริง จะอ่อนไหวต่อความผิดพลาดและกังวลเรื่องความผิดพลาดมากกว่าคนอื่น คำนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนไม่เก่ง มันแค่หมายความว่าคุณรู้สึกเหมือนเป็นเช่นนั้น เช่น ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองอยู่ต่ำกว่าคุณสมบัติงานที่สมัคร คุณจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบางคนมีอาการนี้ เพราะความสำเร็จของพวกเขาเอง”

จงเป็นตัวของตัวเองและพูดสิ่งที่เรารู้สึกออกไป เพราะคนที่ใส่ใจนั้นไม่สำคัญกับเรา และคนที่สำคัญกับเราเขาก็ไม่ใส่ใจหรอก – ธีโอดอร์ ซัส กีเซล
อาการของ Imposter Syndrome เป็นความรู้สึกที่มองตัวเองในแง่ลบและรู้สึกด้อยค่า จนบางครั้งมันอาจกระทบเข้ากับการทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตของคุณได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาพูดถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อให้ทุกคนที่ป่วยเป็นอาการนี้สามารถกลับมาดีขึ้นได้อีกครั้ง เราลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1.เขียนบันทึกสำหรับงานหรือสิ่งที่ได้ทำลงไป
เขียนสิ่งที่ได้ทำสำเร็จและเป้าหมายที่เราสามารถก้าวไปถึงแล้วลงไปในสมุดซักเล่ม เพราะบางครั้งเราอาจปล่อยให้ความรู้สึกแง่ลบในตัวครอบงำ จนไม่สามารถรับรู้ได้ว่าในวันนั้นเราทำสิ่งดีๆ อะไรลงไปบ้าง
2. พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องงาน
พยายามหาโอกาสที่เหมาะสมพูดคุยกับเพื่อนในที่ทำงานเดียวกันในเรื่องงานที่ได้ทำ เพราะการพูดอย่างตรงไปตรงมาถึงข้อบกพร่อง ความท้าทาย หรือความสำเร็จของแต่ละคน อาจทำให้รับรู้ได้เองว่าความสามารถและสิ่งที่ต้องเจอ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนทั่วไปเลย
3.วางเป้าหมายที่ต้องการจะเป็นในอนาคต
แผนอีก 10 ปีข้างหน้าที่เราต้องค่อยเป็นค่อยไปก็จะทำให้เราไม่รู้สึกว่าตัวเองตกต่ำ ในเมื่อมันต้องใช้เวลาและเราก็ยังไม่สามารถทำอะไรกับมันได้มากนัก จงพยายามและประสบความสำเร็จไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
4.อย่าคิดว่าไม่สามารถเปลี่ยนแผนที่วางไว้ได้ เพราะจะกลายเป็นการทรมานตัวเอง
เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าแผนที่วางเอาไว้และดำเนินการอยู่ไม่สามารถทำให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้ ก็จงกล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงมันใหม่ เพราะสิ่งนั้นแสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนมีวุฒิภาวะ การวางแผนสำหรับมาทดแทนอันเดิมจะช่วยให้การตัดสินใจของเรานั้นง่ายขึ้น
5.ถามหาคำติชม
ความรู้สึกไม่แน่ใจกล้าๆ กลัวๆ กับสิ่งใหม่หรืองานใหม่ที่ต้องทำสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้นแทนที่จะเก็บมาเครียดคนเดียว ให้ถามหาผลตอบรับจากคนที่ไว้ใจว่าสิ่งที่ทำมานั้นเป็นไปในทางที่ดี หรือว่าต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไรกันแน่ เพื่อให้มีการพัฒนางานและลดความคิดที่ว่าเราด้อยค่าลง
6.มองหาผู้นำในจุดที่คุณอยู่และพูดคุยกับเขา
การศึกษาเอาจากผู้นำในจุดเดียวกันจะทำให้เรารับรู้ได้ว่าพวกเขารับมือกับความยากลำบากอย่างไรบ้าง และช่วยให้เรากำหนดแนวทางของตัวเองได้
7.ทุกสิ่งจะมีเวลาที่เหมาะสมในตัวของมัน
อย่าเปรียบเทียบจุดเริ่มต้นของตัวเองกับจุดกลางหรือจุดจบในเรื่องของคนอื่น ทุกคนมีจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่แตกต่างกันไป มั่นใจในตัวเองและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงก็พอ
8.ทำให้การขาดประสบการณ์กลายเป็นข้อดีของตัวเอง
การได้เข้าไปอยู่ในสถานที่ใหม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะในขณะที่เรากำลังเริ่มต้น คนอื่นกลับเคยชินไปกับสิ่งที่พวกเขาทำอยู่เสียแล้ว ทำให้เรามีโอกาสที่จะถามเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนจากพวกเขา สามารถที่จะแนะนำสิ่งต่างๆ มุมมองใหม่ๆ ได้ดี
9.คิดเอาไว้ว่าทุกคนสามารถผิดพลาดกันได้
ลองสังเกตดูจากทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ฉะนั้นจงอย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่หนักหนา แต่ให้เผชิญหน้ากับมัน แก้ไขข้อผิดพลาดและอย่าทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเกินไป
10.อย่าปฏิเสธหรือลดความหมายของคำชมที่ได้รับ
ให้ความสำคัญกับคำชมเชยที่ได้รับและแบ่งปันมันให้กับคนรอบข้าง ในเมื่อมีเพียงเราที่รู้ได้ว่าความท้าทายที่ต้องเจอมันเป็นอย่างไร ก็ขอให้จดจำทุกเวลาที่ประสบความสำเร็จและทุกคำชม สิ่งเหล่านั้นจะทำให้เรารู้ว่าคุณเก่งขนาดไหน
11.ใจกว้างให้มากกับเรื่องของตัวเอง
บางครั้งคุณอาจชดเชยความไม่มั่นคงของจิตใจด้วยการทำงานอย่างหนักและฝืนตัวเองมากจนเกินไป แม้จะเหมือนเป็นสิ่งที่ดีแต่เราต้องไม่ลืมที่จะรักและเคารพในตัวเอง เพื่อไม่ให้สิ่งที่ได้ทำย้อนกลับมาทำร้ายในภายหลัง
12.รู้ไว้ว่าทุกคนสร้างเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง
สิ่งที่ดีสำหรับคนอื่นไม่จำเป็นว่าต้องใช่สำหรับเรา เราสามารถสร้างแรงบันดาลใจจากใครคนหนึ่งที่ชอบ แต่ต้องไม่ลืมว่าหนทางที่จะไปให้ถึงเป้าหมายขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เพราะมีแค่เราที่รู้ว่าแท้จริงแล้วความต้องการและคุณภาพของตัวเองเป็นอย่างไร




ความคิดเห็น