top of page
ค้นหา

แค่เปลี่ยนเรื่องนี้ ความผิดพลาดก็ลดลงอย่างเหลือเชื่อ

  • รูปภาพนักเขียน: Peter:LCB
    Peter:LCB
  • 7 มิ.ย. 2563
  • ยาว 1 นาที

ความผิดพลาดเป็นต้นเหตุของเรื่องปวดหัวทั้งหลายของเรามนุษย์ทำงานทั้งปวง ถ้าไม่เป็นความผิดพลาดของเราเอง ของลูกน้อง ของเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นความผิดพลาดของหัวหน้า ถ้า #แค่เปลี่ยนเรื่องนี้_ความผิดพลาดก็ลดลงอย่างเหลือเชื่อ ถ้าความผิดพลาดทั้งมวลลดลงได้ ชีวิตเราสุขขึ้นมิน้อยเลย นี้ยังขยายผลไปถึงรุ่งเรืองของกิจการทั้งหลายด้วย




ศาสตร์แห่งความผิดพลาด

1) เข้าใจประเภทของความผิดพลาด

2) เข้าใจวิธีคิดของคนที่ไม่ทำผิดพลาด

3) หรือจะเปลี่ยนให้ตรงจุดเพื่อลดความผิดพลาด

4) รู้วิธีระงับความเสียหายของความผิดพลาด

และ 5) รู้จักวางแผนที่ช่วยให้ข้ามผ่านความผิดพลาดมากมายที่เคยเกิดขึ้นในโลกใบนี้




ในการทำงานเมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นหนึ่งอย่าง มักทำให้เกิดการติดขัดต่อไปเรื่อยๆ

เช่นทำให้เราไม่มีสมาธิ หรือบางครั้งอาจส่งผลทำให้ผิดพลาดซ้ำซ้อนไปอีก

นอกจากนี้ เมื่อมีข้อผิดพลาดก็ทำให้ต้องทำงานเยอะขึ้น


เมื่อความผิดพลาดหนึ่งส่งผลให้เกิดความผิดพลาดต่อไปได้

คนส่วนใหญ่จึงคิดว่าไม่อยากทำพลาด

และสงสัยว่าไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดได้เลยหรือ?



บทนำ

ความผิดพลาดทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนมีรูปแบบของมัน

แทบไม่มีความผิดพลาดใหม่ที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นเลยเรากำลังทำพลาดซ้ำเหมือนในอดีต

ความผิดพลาดคือสิ่งที่ติดตัวมนุษย์เรา

ถ้ารู้รูปแบบของความผิดพลาดเราก็หาวิธีป้องกันได้


การขาดความรู้และความประมาทก่อให้เกิดความผิดพลาด

ความผิดพลาดมีสาเหตุเสมอ

การวิเคราะห์สาเหตุจะทำให้เรารู้ว่าทำไมถึงทำพลาด

ต้องทำอย่างไรถึงจะไม่พลาดซ้ำ


สาเหตุความผิดพลาดระดับบุคคล มีดังนี้

1 ความผิดพลาดจากการขาดความรู้

2 ความผิดพลาดจากความประมาท

3 ความผิดพลาดจากการไม่ทำตามขั้นตอน

4 ความผิดพลาดจากการตัดสินใจที่ผิด

5 ความผิดพลาดจากการตรวจสอบหรือพิจารณาไม่มากพอ


ความผิดพลาดระดับองค์กร มีดังนี้

1 ความผิดพลาดจากแผนงานที่ไม่ดี

2 ความผิดพลาดจากการให้ความสำคัญผิดที่

3 ความผิดพลาดจากการบริหารที่ไม่ดี


ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องผิด

แต่ต้องเป็นความผิดพลาดที่มีความหมาย

คนที่ผิดพลาดน้อยใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป

สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่ทำพลาดซ้ำๆ การทำพลาดเหมือนเดิมซ้ำสองครั้งยังไม่เท่าไหร่

แต่หากพลาดครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 นั่นแหละแสดงว่าเราไม่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด


ความผิดพลาดมีทั้งความผิดพลาดที่เป็นประโยชน์ในอนาคต

และความผิดพลาดที่ไม่เป็นประโยชน์




บทที่ 1 พูดถึงลักษณะเฉพาะในวิธีการคิดของคนที่ทำผิดพลาดน้อย

เพื่อให้รู้ว่าต้องคิดอย่างไรถึงจะไม่ทำพลาด


อย่ามองว่าสมบูรณ์แบบแล้วหยุดคิด

ความคิดที่หยุดอยู่กับที่จะนำไปสู่ความผิดพลาด


คนที่ทำพลาดบ่อยคือพวกมือใหม่กับคนมีอายุ

คนที่ทำพลาดบ่อยๆมักเป็นพนักงานใหม่หรือคนหนุ่มสาวที่ยังขาดประสบการณ์

เมื่อทำงานได้สักระยะหรือทำจนเป็นมืออาชีพความผิดพลาดก็จะลดลง

แต่พออยู่ในระดับอาวุโส ความสามารถในการจดจำหรือตัดสินใจ จะถดถอยลง

ทำให้ความผิดพลาดกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง


สรุปคือความผิดพลาดของมือใหม่ส่วนใหญ่ จะมาจากการขาดความรู้และการขาดประสบการณ์

ส่วนความผิดพลาดเมื่อเกิดความเคยชิน จากการละเลย เช่นคิดว่าไม่มีเวลาทำก็เลยไม่ทำ

หรือการเชื่อมั่นมากเกินไป เช่น คิดว่าไม่น่าเป็นไรมั้ง


การจะป้องกันความผิดพลาดจากการละเลยหรือการเชื่อมั่นมากเกินไปนั้น สิ่งสำคัญคือต้องไม่คิดว่าเราคุ้นเคยดีแล้ว จึงใช้ทางลัดด้วยการลดขั้นตอน หรือตัดส่วนสำคัญใดๆออกไปโดยพลการ



วิธีคิดของคนที่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด

คือมองสิ่งต่างๆด้วยการคิดแบบต่อยอด


คนเรามีทั้งคนที่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต

และป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบเดิมซ้ำขึ้นอีก

ขณะเดียวกันก็มีคนที่ทำเช่นนั้นไม่ได้


สิ่งสำคัญที่จะทำให้เรารู้สึกตัวจากการทำผิดพลาดเช่นนี้ได้คือ

มองสิ่งต่างๆด้วยการคิดแบบต่อยอด

โดยการมองหาจุดร่วมของเหตุการณ์ที่ต่างกัน ให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่คล้ายคลึงกัน

เช่นคิดว่า "เราเองก็ทำผิดพลาดเหมือนเขา"


เวลาที่เกิดความผิดพลาดขึ้นมา

เราไม่จำเป็นต้องจำขั้นตอนทุกอย่างโดยละเอียด

แค่คิดว่า "สรุปแล้วความผิดพลาดนี้มีสาเหตุมาจากไหน?"

และเราเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนี้ได้บ้างแล้วสรุปเป็นประโยคสั้นๆก็พอ


เทคนิคการสรุปสิ่งที่เรียนรู้ได้จากความผิดพลาดให้เป็นประโยคสั้นๆ

คือการคิดจากคำว่า "สรุปแล้ว...." หรือ "สรุปก็คือ....."

เพื่อตัดรายละเอียดยิบย่อยไม่สำคัญออกไป

ทำให้เกิดปัญหาที่แท้จริงออกมาเป็นประโยคสั้นๆได้


การจัดระเบียบ หมายถึง

1 การจัดสภาพวุ่นวายให้เรียบร้อย

2 การทิ้งหรือกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็น

สิ่งสำคัญในการจัดระเบียบคือ วิธีคิดจาก "สรุปแล้ว..." หรือ "สรุปก็คือ...."


เรื่องที่ไม่เข้าใจห้ามปล่อยให้ค้างคา

ถ้าไม่เข้าใจเหตุผลก็แก้อะไรไม่ได้

การไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้ใช้เหตุผลว่า "เพราะคนอื่นก็ทำแบบนี้" หรือ "เพราะเราทำแบบนี้กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" และปล่อยให้สถานการณ์นั้นดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จึงเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง


หากเราไม่เข้าใจเหตุผล ความเสี่ยงจะเกิดความผิดพลาดจากวิธีการนั้นๆก็จะสูงขึ้น

และไม่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อหาวิธีใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้

ส่งผลให้เราทำความผิดพลาดไปทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจ

ดังนั้นการจะทำสิ่งใดก็ตามเราต้องคิดด้วยว่าทำไมถึงทำแบบนี้




บทที่ 2 เป็นการแนะนำเทคนิคอย่างเป็นรูปธรรมในการลดความผิดพลาด

ซึ่งนำไปใช้ได้จริงและสามารถทำได้ทันทีและได้ผลทันที


คนประเภทที่จะทำพลาดได้ง่าย

มีคนอยู่ 3 ประเภทที่จะทำพลาดบ่อย

ประเภทแรก คือ คนไม่จดโน้ต

ประเภทที่ 2 คือ คนที่ชอบคิดว่าปล่อยไปตามธรรมชาติ

สุดท้าย คือ คนประเภทรู้แต่ไม่ทำ





บทที่ 3 พูดถึงวิธีการจัดการกับความผิดพลาด และป้องกันการลุกลามของปัญหา ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว


หากรู้สึกคาใจต้องไม่ปล่อยผ่าน

สิ่งสำคัญในการป้องกันความผิดพลาดที่ไม่คาดฝัน

ความผิดพลาดที่ไม่คาดฝัน เป็นหัวข้อยอดนิยมของศาสตร์แห่งความผิดพลาด


ความผิดพลาดมีทั้ง ความผิดพลาดจากการเผอเรอ และความผิดพลาดที่ไม่คาดฝัน

ความผิดพลาดจากการเผอเรอคือ ความผิดพลาดจากความไม่ระมัดระวัง

วิธีป้องกันก็คือการนำเรื่องแปลกๆเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อหาทางรับมือ


ความผิดพลาดที่ไม่คาดฝัน คือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน

เราป้องกันความผิดพลาดที่ไม่คาดฝันได้ยาก

เพราะเราคาดการณ์ไม่ได้ว่าสิ่งไม่คาดฝันนี้จะเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรานึกถึงเรื่องไม่คาดฝันได้คือความรู้สึกค้างคาใจ

สำหรับความผิดพลาดที่เกิดจากเหตุไม่คาดฝันนั้น ตามHeinrich 300-29-1 Model: อธิบายว่า เบื้องหลังความผิดพลาดที่ไม่คาดฝันครั้งยิ่งใหญ่หนึ่งครั้ง จะมีความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ 29 ครั้ง และยังมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกือบจะกลายเป็นความผิดพลาดอีก 300 ครั้ง เราจึงสามารถสังเกตได้ถึงการก่อตัวของอุบัติเหตุร้ายแรงจากเรื่องผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่กวนใจ หรือรู้สึกค้างคาใจ ได้ก่อน 

เราจึงไม่ควรปล่อยให้ความรู้สึกคาใจว่ามันมีความผิดปกติให้ผ่านไปเฉยๆ ความสามารถในการสังเกตสิ่งแปลกประหลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่คาใจนี้ จะกลายเป็นความสามารถในการรับรู้และป้องกันความผิดพลาด 


เตรียมแผนสำหรับแก้ปัญหาไว้เสมอ

แค่เตรียมพร้อมไว้ก็หมดปัญหา


คนเราเมื่อทำพลาดสักครั้งหนึ่ง จึงจะรู้สึกว่า

"ตอนนั้นถ้าเราวางแผนแก้ปัญหาไว้ก่อน คงช่วยลดความผิดพลาดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดได้"

การรู้สึกตัวเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก


คนที่เตรียมความพร้อมเป็น คือคนที่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่นและนำมาใช้กับตัวเอง


การเรียนรู้จากความผิดพลาด คือ การรู้จักนำไปปรับใช้กับงานอื่นด้วย

เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น สิ่งสำคัญ คือ

เราต้องอธิบายรายละเอียดสาเหตุ และวิธีแก้ปัญหา

แล้วเก็บไว้เป็นข้อมูล

ถ้าให้พูดอย่างเป็นรูปธรรม คือ เราต้องอธิบายว่า

1 เป็นความผิดพลาดแบบไหน(อธิบายเนื้อหา)

2 เกิดขึ้นได้อย่างไร (อธิบายขั้นตอน)

3 อะไรคือสาเหตุของความผิดพลาด(อธิบายสาเหตุ)

4 เรารับมือกับความผิดพลาดนี้อย่างไร (อธิบายวิธีการรับมือ)

5 ความผิดพลาดนี้คืออะไร (อธิบายภาพรวม)

6 เราสามารถเรียนรู้ถึงอะไรเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเช่นนี้อีก (อธิบายเป็นความรู้และนำมาเรียนรู้)




บทที่ 4 เป็นการอธิบายการหา

หรือสร้างวิธีที่จะลดความผิดพลาดรวมถึงวิธีการนำไปใช้จริง


ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือ การยอมแพ้

เราต้องคิดว่า "แม้พลาดครั้งนี้ คราวหน้าต้องสำเร็จ หากคราวหน้าพลาดอีก ครั้งต่อไปก็ต้องสำเร็จ"


เวลาที่ถึงทางแยก หากเลือกทางที่ใกล้กับเป้าหมายมากที่สุด

สิบปีผ่านไปเราจะต้องทำได้สำเร็จ "ความผิดพลาด เป็นขั้นตอนหนึ่งของความสำเร็จ" นั่นเอง

 
 
 

ความคิดเห็น


© 2023 by The Book Lover. Proudly created with Wix.com

  • PeterLife&Minitry

Join my mailing list

bottom of page