จะตอบหัวใจอย่างไร ว่า ใคร คือ คนที่ใช่
- Peter:LCB

- 10 มี.ค. 2562
- ยาว 1 นาที
วันก่อนมีโอกาสเดินทางไปปราณบุรี เป็นทริปพักผ่อนสั้นๆ แต่เดินทางไปไหนก็ไม่สำคัญ เท่ากับเดินทางไปกับใคร
ในการเดินทางครั้งนี้ เป็นความสุขอย่างหนึ่งของผม คือ ได้เดินทางไปกับน้องๆ อีกสามคน
เรามีชื่อทีมสั้นๆว่า TPOK ไม่มีความหมายกับใครแต่มีความหมายกับเรา
ส่วนแล้วความสุขไม่ได้อยู่ที่ปลายทางแต่อยู่ที่ระหว่างการเดินทางมีโอกาศพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็น ได้ระบายความรู้สึก ทั้งดีและไม่ดีให้กันและกันฟัง
ในการเดินทางครั้งนี้ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ที่เราคุยกัน เรารู้ได้ยังไง ว่าใคร คือ คนที่ใช่ ที่จะเป็นคู่ชีวิต คู่พระพรของเรา
หนึ่งในกลุ่มของเรา ( จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งเดียว ที่มีแฟนแล้ว ) ได้ให้มุมคิดว่า
เราไม่สามารถเจอ "คนที่ใช่" ได้ 100% เพราะเมื่อมีด้านที่ "ใช่" ก็จะเจอด้านที่ "ไม่ใช่" ด้วยเช่นกัน
เรื่องของการหาคนใช่ ก็มี ข้อคิด มุมคิด หรือวิธีการ ข้อเสนอแนะมากมาย จนบางครั้งเราสนใจวิธีหาคนที่ใช่ มากกว่า สนใจคนที่ใช่เสียอีก
แต่เรื่องที่เราคุยกันระหว่างเดินทางทำให้ผมนึกถึงข้อเขียนของคนๆ หนึ่ง ซึ่งเขียนไว้ดีมากในเรื่องนี้

จะรู้ได้อย่างไรว่าคบและแต่งกับ “คนที่ใช่”
บทความโดย: Kezia Lewis
ฉันอายุ 34 แต่พึ่งจะใช้ชีวิตแต่งงานมาได้แค่ 4 ปี ดังนั้นฉันคงไม่กล้าจะบอกว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งงานหรือความรักได้ แต่ก็เพราะว่าฉันแต่งงานแล้วจึงมักถูกถามจากบรรดาเพื่อนสาวโสดว่า “เธอรู้ได้ยังไงว่าเจสัน คือคนที่ใช่จริงๆ?”
ฉันรู้ได้ยังไงนะเหรอ?
จะบอกให้ก็ได้ว่า ฉันก็ถามคำถามนี้กับตัวเองเหมือนกัน! ฉันเคยเชื่อหัวปักหัวปำว่าพระเจ้าจะต้องจัดเตรียมผู้ชายดีๆสักคนให้กับฉันไว้แล้ว เป็นภารกิจของฉันที่จะต้องตามหาคนนั้นให้เจอเท่านั้น แต่คำถามคาใจอีกอย่างที่ตามมาก็คือ “แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคนๆนั้นคือใคร?”
ฉันต่อสู้เฝ้าหาคำตอบให้ตัวเองมานานในเรื่องนี้ จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่ฉันจะแต่งงานด้วย จะต้องมีความรู้สึกแบบไหนนะ? จะมีสัญญาณอะไรบ่งบอกให้เห็นรึเปล่า? ในขณะที่พยายามหาคำตอบให้ตัวเองอยู่นั้น วันหนึ่งฉันก็ถึงบางอ้อว่า แท้ที่จริงแล้วมันไม่มีหรอกนะ “คนที่ใช่” เนี่ย
ความคิดที่ว่าพระเจ้าได้เลือกคนๆหนึ่งให้มาเป็นคู่ชีวิตของเรา ทำให้ชีวิตเราลำบากไปสักหน่อย เพราะเราไม่รู้ว่าคนนั้นจะเป็นใคร? พระเจ้าก็ไม่ได้ทรงระบุในพระคัมภีร์ให้เรารู้อย่างแจ่มชัดทุกรายละเอียดว่าคนๆนั้นรูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันเชื่อก็คือ ถ้าคุณติดสนิทและอยู่ในทางของพระเจ้าแล้ว พระองค์จะนำให้คุณได้เจอคนที่เข้าท่าหลายคนเลยทีเดียว ถูกต้องแล้ว! หลายคนเลย ไม่ใช่แค่คนเดียว! ชายหรือหญิงคนใดก็ตามที่เป็นสาวกตัวจริงของพระเยซูสามารถเป็นสามีหรือภรรยาที่ดีในอนาคตได้ทั้งนั้น นั่นก็เพราะคุณสามารถสร้างความสัมพันธ์กับเขาหรือเธอบนพื้นฐานที่เข้มแข็ง นั่นก็คือบนพระเยซูคริสต์นั่นเอง สิ่งที่ทำให้เขาหรือเธอมีคุณสมบัติที่จะเป็นคู่ครองของคุณได้ก็คือความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเขากับพระเยซูคริสต์ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้นเป็นผลพลอยได้ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละคู่
เมื่อพอจะมีคนเข้าตาแล้ว พระเจ้าทรงต้องการให้คุณเลือก คุณถามพระเจ้าได้ว่า เธอหรือเขาคนนั้นเป็นคนที่ใช่สำหรับคุณรึเปล่า ขณะเดียวกันพระเจ้าก็จะทรงถามคำถามเดียวกันนี้กับคุณด้วยเช่นกัน นี่เป็นข้อดีของการเป็นลูกของพระเจ้า ก็คือพระองค์ให้อิสรภาพในการตัดสินใจให้คุณ พระองค์ไม่ใช่ผู้บงการคอยชี้นิ้วสั่งแล้วให้คุณหลับหูหลับตาทำตาม พระเจ้าได้ประทานความต้องการและสติปัญญาที่จะคิดพิจารณาให้กับคุณแล้ว และยิ่งเมื่อคุณติดสนิทกับพระองค์ ความคิดของคุณก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกับน้ำพระทัยของพระองค์ และต้องการสิ่งเดียวกับที่พระองค์ต้องการ ดังนั้นฉันจึงกล้าเสนอเลยว่า ให้คุณลองตัดสินใจรักใครสักคนและจริงจังกับคนที่เลือก อย่าให้ความพยายามในการค้นหา “คนที่ใช่” ทำให้คุณใช้ชีวิตอยู่บนความกลัว
ฉันเองก็ไม่ได้แต่งงานกับ “คนที่ใช่” แต่เพราะฉันเลือกที่จะแต่งงานกับสามีของฉัน เขาจึงเป็น “คนที่ใช่” ของฉัน ฉันแต่งงานกับชายที่พระเจ้าทรงนำให้เข้ามาในชีวิตของฉัน ซึ่งฉันตัดสินใจที่จะรักเขาและเห็นอนาคตที่จะเราจะรับใช้ด้วยกัน และเติบโตกับพระเจ้าไปด้วยกัน
ฉันขอหนุนใจให้คุณอธิษฐานขอพระเจ้าให้มีสติปัญญาในการเลือกคู่ครอง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พระองค์ต้องการให้คุณทำ แต่สิ่งที่น่าจะอธิษฐานขอก่อนอื่นเลยก็คือ ขอให้คุณมีความเข้าใจว่า การแต่งงานไม่ใช่เป็นเรื่องของคนที่คุณจะแต่งงานด้วย หรือการเติมเต็มชีวิตเพื่อให้ตัวเองมีความสุขเท่านั้น (แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าไม่ได้อยากให้เรามีความสุขนะคะ) เหนือสิ่งอื่นใด การแต่งงานก็คือสิ่งที่พระเจ้าอยากจะทำต่อชีวิตของเราเพื่อเราจะสะท้อนพระสิริของพระองค์ออกมา การแต่งงานคือการที่พระเจ้าได้สำแดงความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดต่อเราและต่อคริสตจักรของพระองค์ออกมานั่นเอง (เอเฟซัส 5:21-33)
ดังนั้น ขณะที่คุณกำลังรอคอยพระเจ้าที่จะส่ง “คนที่ใช่” มาซึ่งฟังดูโรแมนติก และดีงามตามครรลองของคริสเตียนที่ดี ฉันว่าคุณไม่จำเป็นต้องรอหรอก เพราะ “คนที่ใช่” ที่คุณต้องการจริงๆแล้วนั้นอยู่กับคุณอยู่แล้ว นั่นก็คือ องค์พระเยซู เพราะในพระองค์เราครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว!
Cr.:https://ymi.today/2015/02/of-love-and-marriage-who-is-the-one/




ความคิดเห็น